สูตรราคาพูล ใช้เพื่อทำความเข้าใจว่าเงินในพูลถูกนำมาเทียบกับเงินเดิมพันของฝั่งที่เป็นผลถูกอย่างไรในเชิงคณิตศาสตร์ โดยแนวคิดสำคัญคือเริ่มจากเงินเดิมพันรวม หักค่าดำเนินการตามสมมติฐาน แล้วนำเงินคงเหลือไปเทียบกับยอดเงินที่อยู่ฝั่งผลถูก ระบบพูลในความหมายทั่วไปจึงอาศัยยอดเงินที่รวมอยู่ในพูล ก่อนนำไปจัดสรรตามเงื่อนไขของระบบนั้น¹
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นตัวเลขสมมติทั้งหมด มีไว้เพื่ออธิบายวิธีคิดเท่านั้น ไม่ใช่อัตราจ่ายจริงของเว็บไซต์หรือผู้ให้บริการใด
หลักที่ต้องรู้ก่อนเริ่มคำนวณ
ก่อนลงมือคำนวณ ให้แยกตัวเลขออกเป็น 3 ส่วน คือ เงินเดิมพันรวม เงินที่ถูกหักออกเป็นค่าดำเนินการ และเงินเดิมพันรวมของฝั่งที่ได้ผลถูก หลังจากนั้นจึงนำเงินคงเหลือในพูลมาเปรียบเทียบกับยอดของฝั่งที่ถูก
แนวคิดนี้สอดคล้องกับหลักของการเดิมพันแบบ pari-mutuel ซึ่งโดยโครงสร้าง ผู้ที่เลือกผลถูกจะแบ่งพูลสุทธิร่วมกันตามสัดส่วนเงินเดิมพัน หรือเป็นไปตามสูตรที่ผู้ดำเนินการกำหนด² ดังนั้น การคำนวณในที่นี้จึงเป็นเพียงแบบจำลองพื้นฐานเพื่อให้เห็นความสัมพันธ์ของตัวเลข ไม่ใช่สูตรมาตรฐานที่ใช้เหมือนกันทุกแห่ง
เขียนเป็นความสัมพันธ์อย่างง่ายได้ว่า
เงินคงเหลือในพูล = เงินเดิมพันรวม − ค่าดำเนินการสมมติ
จากนั้นใช้
ค่าประเมินต่อเงิน 1 หน่วย = เงินคงเหลือในพูล ÷ เงินเดิมพันรวมของฝั่งที่ถูก
คำนวณราคาพูลเบื้องต้น ด้วยตัวอย่างตัวเลขสมมติ

สมมติว่ามีเงินเดิมพันรวมในพูล 100,000 และกำหนดค่าดำเนินการสมมติไว้ 10% ตัวเลข 10% นี้ใช้เพื่อการสาธิตเท่านั้น ไม่ได้อ้างอิงอัตราของผู้ให้บริการจริง
ขั้นแรก คำนวณจำนวนเงินที่ถูกหักออก
10% ของ 100,000 = 10,000
ดังนั้น เงินที่เหลือในพูลคือ
100,000 − 10,000 = 90,000
ต่อมา สมมติว่าเงินเดิมพันรวมของฝั่งที่ได้ผลถูกมี 30,000 เมื่อนำเงินคงเหลือในพูลมาเทียบกับยอดของฝั่งที่ถูก จะได้
90,000 ÷ 30,000 = 3
ค่าที่ได้เท่ากับ 3 หมายถึง ในแบบจำลองนี้ เงินคงเหลือในพูลมีขนาดเป็น 3 เท่าของยอดเงินที่อยู่ฝั่งผลถูก หรือคิดเป็นค่าประเมินเชิงสัดส่วน 3 ต่อเงินเดิมพัน 1 หน่วย
หากมองเฉพาะขั้นตอน จะเห็นว่า สูตรราคาพูล แบบพื้นฐานไม่ได้เริ่มจากการเดาตัวเลขอัตราจ่าย แต่เริ่มจากดูจำนวนเงินทั้งหมดที่อยู่ในพูล หักส่วนที่กำหนดออก แล้วจึงดูว่าฝั่งที่ถูกมีเงินรวมอยู่เท่าไร
ในทางคณิตศาสตร์ หากเงินของฝั่งที่ถูกมีสัดส่วนสูงขึ้นเมื่อเทียบกับพูลสุทธิ ค่าที่ได้จากการหารจะลดลง ส่วนกรณีที่ยอดเงินฝั่งถูกมีสัดส่วนต่ำลง ค่าที่ได้จากการหารจะสูงขึ้น ความสัมพันธ์นี้เกิดจากตัวเศษและตัวหารในสมการโดยตรง ไม่ได้หมายความว่าค่าที่คำนวณได้จะเป็นอัตราจ่ายจริงในทุกระบบ
ตรวจคำตอบย้อนกลับหลังคำนวณเสร็จ
หลังได้ค่าประเมินจากการหารแล้ว สามารถตรวจความสอดคล้องของตัวเลขย้อนกลับได้อีกครั้ง วิธีนี้ไม่ได้สร้างอัตราจ่ายใหม่ แต่ช่วยดูว่าตัวเลขที่แทนลงในสมการก่อนหน้าเชื่อมกันถูกต้องหรือไม่
จากตัวอย่างเดิม เงินคงเหลือในพูลเท่ากับ 90,000 เงินเดิมพันรวมของฝั่งที่ถูกเท่ากับ 30,000 บาท และค่าประเมินที่คำนวณได้เท่ากับ 3
ตรวจย้อนกลับได้ตามลำดับดังนี้
- นำค่าประเมินที่ได้กลับมาคูณกับเงินของฝั่งที่ถูก
3 × 30,000 = 90,000 - เปรียบเทียบกับเงินคงเหลือในพูล
ผลจากการคูณย้อนกลับได้ 90,000 ซึ่งตรงกับเงินคงเหลือที่คำนวณไว้ก่อนหน้า - ตรวจจำนวนที่ถูกหักออกจากเงินเดิมพันรวม
เงินเดิมพันรวม 100,000 ลบค่าดำเนินการสมมติ 10,000 ต้องเหลือ 90,000 บาท - ตรวจว่าตัวเลขทุกขั้นใช้ฐานเดียวกัน
ยอดเงินรวม ค่าดำเนินการ เงินคงเหลือ และยอดของฝั่งที่ถูก ต้องมาจากตัวอย่างชุดเดียวกัน หากนำตัวเลขจากคนละชุดมาปะปนกัน ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่สามารถตรวจย้อนกลับด้วยสมการเดียวกันได้
การตรวจแบบย้อนกลับช่วยให้เห็นว่าการคำนวณสอดคล้องกันตั้งแต่ยอดเริ่มต้นจนถึงค่าประเมินสุดท้าย หากผลคูณย้อนกลับไม่เท่ากับเงินคงเหลือในพูล ควรกลับไปตรวจการลบ การคิดเปอร์เซ็นต์ หรือค่าที่ใช้เป็นตัวหารก่อนตีความผลลัพธ์
จุดที่มักทำให้การคำนวณคลาดเคลื่อน

แม้สมการพื้นฐานจะมีขั้นตอนไม่มาก แต่การวางตัวเลขผิดตำแหน่งเพียงจุดเดียวก็ทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนได้ การแยกประเภทของข้อผิดพลาดก่อนจึงช่วยให้ตรวจตัวเลขได้ง่ายขึ้น
|
จุดที่ควรตรวจ |
ลักษณะที่อาจเกิดขึ้น |
วิธีตรวจให้ถูกต้อง |
| ใช้เงินเดิมพันรวมก่อนหักค่าดำเนินการเป็นตัวตั้ง | ค่าที่คำนวณได้สูงกว่ากรณีใช้เงินคงเหลือตามแบบจำลอง | คำนวณเงินคงเหลือในพูลให้เสร็จก่อน แล้วจึงนำไปหาร |
| คิดค่าดำเนินการผิดฐาน | จำนวนเงินที่ถูกหักออกคลาดเคลื่อนตั้งแต่ขั้นแรก | ตรวจว่าเปอร์เซ็นต์ถูกคำนวณจากเงินเดิมพันรวมของตัวอย่าง |
| ใช้ยอดเงินคนละฝั่งเป็นตัวหาร | สมการไม่สะท้อนสัดส่วนของฝั่งที่ได้ผลถูก | ตรวจให้ชัดว่าตัวหารคือเงินเดิมพันรวมของฝั่งที่ถูกในโจทย์ |
| นำเปอร์เซ็นต์ไปใช้เป็นจำนวนเงินโดยตรง | ตัวเลขในสมการมีหน่วยไม่สอดคล้องกัน | เปลี่ยนเปอร์เซ็นต์ให้เป็นจำนวนเงินที่ถูกหักก่อน |
| ปัดตัวเลขเร็วเกินไป | ผลลัพธ์ปลายทางอาจต่างจากการคำนวณด้วยค่าจริง | คำนวณค่าหลักให้เสร็จก่อน แล้วค่อยปัดเมื่อจำเป็น |
| นำตัวเลขจากตัวอย่างคนละชุดมารวมกัน | ไม่สามารถตรวจสมการย้อนกลับได้ | ใช้เงินรวม เงินคงเหลือ และยอดฝั่งถูกจากสถานการณ์สมมติชุดเดียวกัน |
หัวข้อนี้ควรใช้เป็นการตรวจความถูกต้องของกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ไม่ใช่เป็นวิธีทำนายอัตราจ่ายจริง เพราะค่าที่นำมาใช้ยังเป็นตัวเลขสมมติ และเงื่อนไขของระบบจริงอาจไม่ได้ใช้โครงสร้างเดียวกับตัวอย่าง
ข้อจำกัดของการประเมินจากตัวอย่าง
ผลลัพธ์ 3 ในตัวอย่างไม่ได้หมายความว่าผู้เล่นจะได้รับอัตราจ่าย 3 เท่าในระบบจริงเสมอ เพราะรายละเอียดการหักเงิน วิธีจัดสรรพูล เงื่อนไขการจ่าย และสูตรเฉพาะอาจแตกต่างกันไปตามผู้ดำเนินการ
จุดที่ควรแยกให้ออกคือ “หลักคณิตศาสตร์ของตัวอย่าง” กับ “กติกาของระบบจริง” ตัวอย่างข้างต้นกำหนดเงินรวม ค่าดำเนินการ และยอดเงินฝั่งถูกขึ้นมาเพื่อให้สามารถตรวจย้อนกลับแต่ละขั้นตอนได้ แต่ในสถานการณ์จริง ตัวแปรเหล่านี้ต้องตรวจจากเงื่อนไขที่ผู้ดำเนินการระบุไว้
ดังนั้น การ คำนวณราคาพูลเบื้องต้น ควรใช้เพื่อทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของเงินรวม เงินคงเหลือ และสัดส่วนของฝั่งที่ถูก มากกว่าจะใช้เป็นตัวเลขยืนยันผลตอบแทน ก่อนนำค่าประเมินไปตีความจึงควรตรวจรายละเอียดของระบบที่ใช้งานจริงทุกครั้ง
หมายเหตุจากผู้เขียนเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลในบทความ สูตรราคาพูล นี้
ตัวอย่างทั้งหมดใช้หลักคณิตศาสตร์เดียวกันตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อให้สามารถตรวจย้อนกลับได้ว่าเงินแต่ละส่วนมาจากไหนและถูกนำไปหารอย่างไร จุดสำคัญคือการแยกตัวเลขสมมติสำหรับอธิบายวิธีคิดออกจากเงื่อนไขจริงของผู้ให้บริการให้ชัดเจน
เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาและทำความเข้าใจหลักการเท่านั้น ไม่ได้ชักจูงให้เดิมพันหรือรับประกันผลลัพธ์จากการเดิมพัน แนวทางด้านการพนันอย่างมีความรับผิดชอบของ UK Gambling Commission ให้ความสำคัญกับการลดพฤติกรรมที่อาจกระตุ้นให้เพิ่มเงินเดิมพัน ไล่ตามการขาดทุน หรือเล่นต่อหลังจากต้องการหยุด³ ข้อมูลเชิงคำนวณจึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ลดความเสี่ยงหรือทำให้ผลลัพธ์แน่นอนขึ้น
สรุป
สูตรราคาพูล ในระดับพื้นฐานสามารถมองเป็นลำดับง่าย ๆ คือ เริ่มจากเงินเดิมพันรวม หักค่าดำเนินการตามสมมติฐาน แล้วนำเงินคงเหลือมาเทียบกับยอดเงินของฝั่งที่ได้ผลถูก ตัวอย่าง 100,000 หัก 10,000 เหลือ 90,000 บาท และมีเงินในฝั่งถูก 30,000 จึงได้ค่าประเมินเชิงสัดส่วนเท่ากับ 3
ค่าดังกล่าวช่วยให้เห็นหลักการคำนวณ แต่ไม่ควรนำไปถือเป็นอัตราจ่ายจริงแบบตายตัว หากต้องการย้อนดูภาพรวมว่าระบบพูลมีลักษณะอย่างไร สามารถอ่านต่อที่ ราคาพูล และหากต้องการกลับไปดูภาพรวมของตลาดเดิมพันทางเลือกในหมวดเดียวกัน สามารถดูที่ แทงบอลคู่คี่
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ สูตรราคาพูล
Q; วิธีคำนวณแบบเบื้องต้นทำอย่างไร?
A: เริ่มจากนำเงินเดิมพันรวมมาหักค่าดำเนินการตามสมมติฐานก่อน จากนั้นนำเงินที่เหลือในพูลไปหารด้วยยอดเงินเดิมพันรวมของฝั่งที่ได้ผลถูก เพื่อดูค่าประเมินเชิงสัดส่วน
Q; ตัวเลขที่ได้จากการคำนวณถือเป็นอัตราจ่ายจริงหรือไม่?
A: ไม่จำเป็น ตัวเลขที่ได้เป็นเพียงค่าประเมินจากตัวอย่างสมมติ เพราะระบบจริงอาจมีวิธีหักเงิน เงื่อนไขการจ่าย และสูตรการจัดสรรที่แตกต่างกัน
Q; ทำไมต้องหักค่าดำเนินการก่อนนำไปคำนวณ?
A: เพราะตัวอย่างในบทความใช้เงินคงเหลือหลังหักค่าดำเนินการเป็นฐานในการคำนวณ เพื่อให้เห็นว่าเงินสุทธิในพูลถูกนำไปเทียบกับยอดเงินของฝั่งที่ถูกอย่างไร
Q; หากมีเงินเดิมพันอยู่ฝั่งที่ถูกมากขึ้น ค่าประเมินจะเปลี่ยนอย่างไร?
A: หากเงินของฝั่งที่ถูกเพิ่มขึ้น แต่เงินคงเหลือในพูลเท่าเดิม ค่าที่ได้จากการหารจะลดลง เพราะตัวหารมีขนาดมากขึ้น
Q; ค่าที่คำนวณได้ใช้ยืนยันผลตอบแทนได้หรือไม่?
A: ไม่ควรใช้ยืนยันผลตอบแทน เพราะเป็นการคำนวณเพื่อทำความเข้าใจหลักการเท่านั้น ก่อนตีความตัวเลขจริงควรตรวจเงื่อนไขและกติกาของระบบที่ใช้งานทุกครั้ง
แหล่งอ้างอิง สูตรราคาพูล
¹ Hong Kong Jockey Club — Football Betting Rules: ใช้อ้างอิงความหมายของ Pool ว่าเป็นยอดรวมของการเดิมพันที่มีผลในการเดิมพันประเภทนั้น
² Hong Kong Jockey Club — Horse Race Betting Rules: ใช้อ้างอิงหลัก pari-mutuel ที่ผู้เลือกผลถูกแบ่ง Net Pool ตามสัดส่วนเงินเดิมพันหรือสูตรที่ผู้ดำเนินการกำหนด
³ UK Gambling Commission — RTS 14: Responsible Product Design: ใช้อ้างอิงหลักการลดพฤติกรรมที่กระตุ้นให้เพิ่มเงินเดิมพัน ไล่ตามการขาดทุน หรือเล่นต่อเมื่อผู้เล่นต้องการหยุด